You are currently viewing คิดแบบเศรษฐี เริ่มต้นจากนิสัยในการใช้จ่าย

คิดแบบเศรษฐี เริ่มต้นจากนิสัยในการใช้จ่าย

  • Post author:
  • Post category:Blog

เป็นเรื่องจริงกับคำที่กล่าวว่านิสัยต่างๆนั้นเป็นพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อความคิดและการกระทำของแต่ละคน นิสัยเกี่ยวกับการกับจ่ายใช้สอยหรือการบริหารทางการเงินก็เช่นกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความคิดเกี่ยวกับเงินของคนๆนั้นได้ดีที่เดียว เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่าคนที่มีเงินมากหรือร่ำรวยเป็นเศรษฐีนั้นมีความคิดหลายอย่างที่แตกต่างจากความคิดของคนธรรมดาทั่วไป และความคิดหลายอย่างนั้นก็สามารถอธิบายแบบเป็นเหตุเป็นผลได้ว่าความคิดเช่นนี้สามารถช่วยให้เก็บเงินและหาเงินเพิ่มขึ้นได้จริงๆ วันนี้เราจะมาเล่าสู่กันฟังว่า คิดแบบเศรษฐี นั้นเป็นอย่างไร เศรษฐีเค้ามีแนวคิดและนิสัยในการใช้จ่ายกันอย่างไร ตามเรามาดูกันเลย

คิดแบบเศรษฐี ใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้

จากที่เราบอกว่าใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้ แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่หาเงินให้พอเพียงกับค่าใช้จ่าย จุดสำคัญคือพวกเขาจะหาเงินให้มากกว่าจำนวนเงินที่จำเป็นจะต้องใช้จ่ายต่อเดือนเสมอ และเลือกที่จะวางแผนทางการเงินสำหรับรายจ่ายที่ต้องจ่ายแน่นอนต่อเดือนว่ามีจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่ และรายรับต่อเดือนมีจำนวนทั้งหมดเท่าไหร่ พวกเขาจะโฟกัสเรื่องของการหารายรับให้มากกว่ารายจ่าย และถ้าเลือกได้พวกเขาเลือกที่จะไม่เป็นหนี้ระยะยาว นอกเสียจากว่าหนี้ก้อนนั้นจะสร้างขึ้นเพื่อทำให้พวกเขาต่อยอดสร้างรายได้อื่นๆได้ต่อไปอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นการใช้บัตรเครดิตต่างๆ ทุกการใช้จ่ายนั้นจะทำให้เรามียอดแต้มสะสมเก็บไว้เป็นส่วนลดในบัตรเครดิต  แต่บางอย่างก็จะมีการชาร์จ vat เพิ่มบางอย่างก็ไม่มี  การไม่ชาร์จเพิ่มหรือโปรโมชั่นการผ่อนจ่าย 0% เป็นระยะเวลาหลายเดือนสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับเจ้าของว่าฉลาดใช้เงินและบัตรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร

ไม่ติดหรูไม่ฟุ่มเฟือย ใช้เงินเพื่อต่อเงิน

อีกสิ่งหนึ่งก็คือความคิดในเรื่องของการใช้จ่ายเงินเพื่อที่จะซื้อของหรือใช้จ่ายเพื่อการทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะตัดสินใจใช้เงินซื้ออะไรซักอย่างนั้นคนเหล่านี้มักจะคิดถึงความคุ้มค่าว่าการซื้อของสิ่งนั้นมาสามารถทำประโยชน์หรือต่อยอดทางการเงินให้กับตัวเขาเองได้อย่างไรบ้าง หรือหากเป็นการซื้อสิ่งของเพื่อความสุขแปลว่าคุณต้องมีเงินเหลือเยอะมากกว่าของที่คุณจะซื้อนั้นเป็นจำนวนหลายเท่า ส่วนราคาที่ว่าแพงหรือไม่แพงนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นและประโยชน์การใช้สอยเป็นสำคัญ เช่น การเลือกซื้อกระเป๋า บางคนคิดว่าคนรวยบางคนที่ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมหลายใบนั้นเป็นการฟุ่มเฟือย แต่อีกทางหนึ่งแล้วกระเป๋าเหล่านี้ก็เป็นสินทรัพย์อย่างหนึ่งที่สามารถทำกำไรต่อยอดได้ในอนาคต เป็นต้น  พวกเขาจะทำตัวเองให้มีเงินเหลือเยอะมากกว่าของที่ต้องซื้อเสมอ